ต่อจากตอนที่แล้วครับพี่น้อง..
ผมก็ทิ้งประเด็นไว้ให้คิดเล่นๆ..กระบวนทัศน์ของไดโนเสาร์ กับกระบวนทัศน์ของพัฒนากรมันต้องต่างกัน..ครับพี่น้อง ไม่เช่นนั้นแล้วทำไมไดโนเสาว์มันจึงสูญพันธุ์ไป..จากโลกเส็งเคร็งใบนี้



   บางทีผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า..พัฒนากร นั้นมีรูปแบบการทำงานที่ต่างจากงานเสมียนหรืองานธุรการทั่วๆไปครับ..หากคุณเป็นคนขับรถให้เจ้านายนั่ง ไม่ว่าคุณจะขับรถที่ใหนคุณก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถ..เครื่องยนต์..กฎจราจร..แค่นั้น จะมีพิเศษขึ้นมาอีกหน่อยก็ได้ถ้าหาก คุณอยากรู้ขึ้นมาว่านายที่คุณขับให้นั่งมีนิสัย(สันดาน)อย่างไร เพื่อคุณจะได้ปรับกลยุทธในการขับรถให้เหมาะกับสันดานของคนนั่ง..(ฮา)

   ทีนี้พัฒนากร..ผมคิดว่ามันต่างกันคือมันต้องมีความรู้..ในการทำงาน
     ต้องมีความรู้ในกระบวนการทำงาน..หลักการ/ปรัชญาพัฒนาชุมชน
     ต้องมีความรู้ในชุมชนนั้นๆ..กระบวนการศึกษาชุมชน..ผู้นำชุมชน/อบต.
     ต้องมีความรู้ในกิจกรรมที่ทำ..กิจกรรมตามยุทธศาตร์
     ต้องมีความรู้ในตัว..นาย (พัฒนาการอำเภอ/นายอำเภอ)
     ต้องมีความรู้ในระเบียบแบบแผนที่เกี่ยวข้อง
การที่คนเราต้องมีความรู้เนี๊ยะครับพี่น้อง..มันเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา สั้นบ้าง ยาวบ้างก็แล้วแต่แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ของแต่ละคนครับ ทีนี้สิ่งจะช่วยได้อีกอย่างคือมันต้องมีจินตนาการ....จินตนาการเพื่อตอบคำถามง่ายๆว่า
     กรู..จะทำไปทำไมว้า
     กรู..จะทำอย่างไรว้า
     กรู..จะทำไปเพื่ออะไรว้า
     กรู..ทำไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นว้า

     แล้วถ้ากรู..ไม่ทำมันจะเป็นอย่างไรว้า..(ฮา)



     มีหลักง่ายๆอยู่ว่า..ให้ตั้งคำถาม..ทำไม ให้มากๆ และบ่อยๆ แต่เวลาให้คำตอบของคำถามแบบนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบเชิงสร้างสรรค์หน่อยนะครับพี่น้อง ไม่งั้นเดี๋ยวอะไรที่ไม่อยากได้มันจะมาเป็นชุดๆน่ะ

  ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาของทีมงานของสำนักงาน..แห่งนึง

     นาย ก. เราสำรวจข้อมูลไปทำไมครับป๋า
     นาย ข. กรมฯสั่ง(ว่ะ)...อันนี้เป็นคำตอบของป๋าเฮง(ซวย)
     นาง ค. หนูจะเอาไปปรับแผนชุมชนจ้า
     นาย ก. ปรับไปทำไม..ไม่เห็นได้อะไรเลย
     นาง ค.  อ้าว .. ครัวเรือนที่ตกเกณฑ์จะไ้ด้มี Input ในการพัฒนาไง..ไอ้เวร

ฉากการสนทนาสมมุตินี้เกิดที่ร้านอาหารในเวลาแดดร่ม..ลมตก หรือที่อำเภอแหล่งข่าวไม่ได้แจ้งจ้า
ผม..เปิดประเด็นทั้งหมดนี่เพียงเพื่อต้องการชี้ให้เห็นถึง
          1. แรงจูงใจ
          2. จินตนาการ
          3. คำถามเชิงระบบ..ทำไม

การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล  นั้น คนที่เป็นพัฒนากรต้องรู้อะไรบ้าง
     1.รู้กระทงคำถาม..ในแบบสอบถาม จปฐ.และ กชช2ค. คือต้องรู้ว่าแต่ละกระทงคำถามมีประเด็นรายละเอียดอย่างไรบ้าง..อันนี้สำคัญครับพี่ีน้อง  เพราะมันจะทำให้เราประยุกต์ใช้ข้อมูลในแต่ละเวทีประชาคมหรือสถานการณ์ได้เช่น..หมู่บ้านนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้เกิดรายได้หรือไม่(ส่วนที่ 2 หน้า 37) พัฒนากรที่เป็นนักคิดเชิงระบบ(Conceptual Framework) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลนี้ให้บูรณาการกับครัวเรือนยากจน..กับ กลุ่มอาชีพ ..กับกลุ่ม OTOP ใน Event ของการปรับแผนชุมชน..ก็ได้
     2. โครงสร้างของกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน..ก็กรมนี้แหละครับพี่น้อง ไม่  ใช่กรมฯไหนหรอกครับ
     ทำไม
..ต้องรู้ เพราะเราจะได้รู้ โครงสร้างงบประมาณ..ตามผลผลิต
     (ผมจะรู้ได้อย่างไรครับ..อันนี้เรื่องของคุณ ชอบถามกวนโอ้ยยย.อยู่เรื่อย)
     คุณต้องเข้าใจนะครับว่า..ผลผลิตที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ.....เช่นการยกระดับกลุ่มออมทรัพย์ฯ มันต้องเกิดจากกระบวนการทำงานของพัฒนากรกับชุมชน ฉะนั้นข้อแนะนำเบื้องต้นคือคุณต้องรู้..ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ/คุณภาพของแต่ละผลผลิตรวมทั้งแต่ละกิจกรรมด้วย..ว่าเขาต้องการให้เกิดอะไร
     3.กระบวนการทำงานของแต่ละกิจกรรม ..หรือบางทีเราก็มักจะเรียกว่ากระบวนการ/ขั้นตอนการขับเคลื่อน..นะครับพี่น้องเช่น...กิจกรรม การขับเคลื่อนทุนชุมชนเพื่อจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน (หน้า 64-65 "แนวทางการดำเนินงานการขับเคลื่อนกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมฯ" เล่มรังผึ้ง สีม่วง) เค้าจะบอกสิ่งที่เค้าต้องการ..ตัวชี้วัด ...สิ่งที่คุณต้องทำ..กระบวนการหรือขั้นตอน
       เห็นมั๊ยครับพี่น้อง...ระบบข้อมูล มันเข้าไปอยู่ในนั้น..ในกระบวนการทำงาน คือ จปฐ.ข้อ 31 ครัวเรือนมีการออมมั๊ย   กชช.2ค ข้อ 36.2 (หน้า 47) การเป็นสมาชิกกลุ่ม/การใช้แหล่งสินเชื่อ..
       ทีนี้ OK มั๊ยพี่น้อง
       ทีนี้ Get มั๊ยพี่น้อง
ยังมีต่อครับ..
      

 

    












ปั่นจักรยานเที่ยว..เลย...น่าน









Click..ดูเลยครับพี่น้อง..

ทริปนี้..ผมปั่นจักรยานทัวริ่งที่ได้มาใหม่จากอุบลฯ..แล้วมาปรับแต่งอีกที
ตอนนั้นยังอยู่ที่ ศพช.เขต 3 ครับพี่น้อง
อยู่จนเค้ายุบเขตทิ้ง..ไม่ฮา
...ไปกัน2 คน ครับพี่น้อง..
คนแรกคือผมเอง..ก็ถ้าำผมไม่ไปแล้วใครจะไปละครับ
คนที่2 สัสดีจากอำเภอน้ำพอง..ขอนแก่นครับ
รายการนี้ผมขึ้นรถโดยสารจากอุบลฯเอาจักรยานคันเก่งใส่ใต้รถโดยสาร..ค่าระวาง 100 บาทครับ
จากขอนแก่นขึ้นรถโดยสารไปลงที่เลย..จังหวัดเลย
ทีนี้ก็ปั่นกันไปเรื่อยออกท่าลี่..ตอนแรกว่าจะไปหลวงพระบางโดยออกทางท่าลี่-ไซยะบุรี แต่ทางการลาว เพิ่นบ่ให้ไปครับเพราะมันไม่ปลอดภัย...เลยต้องปั่นในเมืองไทยเลาะชายแดนไทยลาว - แม่น้ำเหือง ออกทางด่านซ้าย..ภูสอยดาว..น้ำปาด..ปากนาย..นาหมื่น..นาน้อย..เวียงสา..น่าน

โคตะระมันส์เลยครับพี่น้อง..Click ไปนะบัดนี้พลัน

สวยมั๊ยครับพี่น้องภาพนี้ถ่ายที่ตลาดท่าลี่ สมัย..she เป็นพัฒนาการอำเภอท่าลี่ เมื่อ กลางปี 52 ตอนนี้อยู่มหาชัยครับ


บางครั้ง..ผมมานั่งคิดนอนคิดว่าการเป็นพัฒนากรในทุกวันนี้มันค่อนข้างยากมากๆครับพี่น้องพันธกิจที่มากมายและหลากหลาย ซับซ้อนมากขึ้น..ใช้เวลาในการขับเคลื่อนน้อยลง..คือทำงานแล้วต้องให้บังเกิดผลเพื่อรายงานได้ทัน..ซึ่งภารกิจอย่างนี้จึงต้องการพัฒนากรที่มี สมรรถนะ  ที่ตอบสนองต่อองค์กรหรือเป็นสมรรถนะที่ทำให้พัฒนากรทำงานตามพันธกิจได้ง่ายขึ้น

   ซึ่งวันนี้...ผมอยากเสนอประเด็นของการทำงานเชิงบูรณาการ..บางทีหลายๆท่านอาจเคยได้ยินผูู้บังคับบัญชาของกรมการพัฒนาชุมชนพูดถึงอยู่บ่อยๆคือ..ทำงานแบบรวมการซึ่งตรงกันข้ามกับการทำงานแบบดูหมา นะครับ
   การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล..ฟังดูเผินๆแล้วมันเหมือนกับเมื่อจัดเก็บฯแล้วก็พยายามให้หน่วยงานต่างๆนำข้อมูลที่เราจัดเก็บได้ในที่นี้คือ จปฐ. และ กชช.2ค.ทีนี้ถ้าเขา(หน่วยงานข้างเคียง)ไม่ใช้หรือใช้แต่ก็จะจัดเก็บหรือหาเอาเอง..มันจบครับพี่น้อง มันด้านเกินไป ขาดมิติของการใช้ฯ เพราะตัวระบบข้อมูลไม่ได้มีแต่ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน หรือ ข้อใดตก/ไม่ตกเกณฑ์
   แต่พอถึงในยุคปัจจุบันที่เราทำงานเชิงยุทธศาสตร์
     ..มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน..
     ..มีการวัดและประเมินผลที่บอกได้ว่า..ขณะนี้เราไปถึงใหน
     ..มีกระบวนการทำงานที่ต้องประสานหรือบูรณาการกับระเบียบการทำงานหรือกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
   สิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นก็คือ..ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลก็คือเราต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้ครับพี่น้อง
   1.แนวทางการสำรวจและจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
   2.ความรู้การใช้โปรแกรมการสำรวจฯ ของกรมการพัฒนาชุมชน..แบบเอาแค่เปิดโปรแกรมฯก็น่าจะพอนะครับ
   3.องค์ความรู้..กระบวนการจัดทำแผนชุมชน..แน่นอนว่าเมื่อคุณจัดเก็บข้อมูลได้  คุณก็ต้องปรับแผนชุมชนแน่ๆ ทีนี้ในการปรับแผนชุมชน คุณก็ต้องมีทักษะ/ความรู้ในการจัดเวที..นะครับ
   4.ความรู้ในกระบวนการและขั้นตอนของการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
   อย่างที่บอกแต่ต้นครับพี่น้อง..ระบบข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชนเราไม่ได้ประเมินผลออกมาแล้ว..เราจะมามองดูแต่มิติของ ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน..3 2 1 หรือก้าวหน้า ปานกลาง ล้าหลัง..ในความรู้สึกของผมแล้ว มันไม่ชัด มันขาดมิติของรายละเอียดในแต่ละประเด็น เช่น การใช้ประโยชน์จากสถานที่ท่องเที่ยว หรือ การปลูกพืชไร่ ระยะสั้น ใน กชช.2ค. มันสะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือยุทธ์ศาสตร์การส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของจังหวัดได้แหลมคมกว่า..ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน แน่นอนว่าการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลแบบนี้มันดูแล้ว Work กว่า หรือถ้ามีนาย ก. นาย ข.มาบอกว่า..เราต้องตั้งเป้าให้หน่วยงานต่างๆใช้ข้อมูลของเรา(โดยการนับจำนวนครั้งที่ WalkIn) บางทีเราอาจได้คำตอบว่าทำไม..ไดโนเสาว์..มันจึงสูญพันธุ์
   Paradigm ของไดโนเสาว์ หรือกระบวนทัศน์ของนักพัฒนา..ในการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูล จปฐ. / กชช.2ค.ต่างกันมากครับพี่น้อง จุดหมายปลายทางคือการปรับแผนชุมชน หากเราเพียงแต่มองว่าข้อใดตกเกณฑ์/ข้อใดไม่ตกเกณฑ์ มันก็จบแค่นั้นอย่างที่บอก..แต่ถ้ามองให้ทะลุว่า ..
          ในชุมชนนี้มีครัวเรือนใดบ้างที่สูบบุหรี่(ข้อ 33)

         
ในชุมชนนี้มีคนไม่ติดสุรา (ข้อ 32)
   กระบวนการมันจะไหลไปสู่..แผนชีวิต..สู่แผนชุมชน  ครับพี่น้อง

Version 1.05a..ตำนานที่ไม่รู้ลืม


วันนี้น้อง นักวิชาการที่ผมเชื่อว่ามีฝีมือคนนึงของสำนักงานได้สะท้อนปัญหาของการส่งออกข้อมูล จปฐ.ของเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลของอบต.ให้ฟัง..สรุปว่า

ส่งออกแล้ว..แต่ไม่สามารถนำเข้าโปรแกรม จปฐ.อีกเครื่องได้...มันโชว์ข้อความที่อ่านแล้วงง..ดังนี้
..เกิดข้อผิดพลาดไม่สามารถนำเข้าข้อมูลแบบสอบถามได้ เนื่องจาก..VIOLATION OF PRIMARY KEY "Constraint 'PK_MFamilyMember' Cannot inseart...แล้วก็มีภาษาปะกิตอีกเยอะ

ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมแล้ว..ไม่น่าวิตกหรอกครับ..จริงๆแล้วเดี๋ยวก็แก้ได้  อาจต้องดูที่ครัวเรือนซ้ำหรือปล่าว

แต่ที่อยากสะท้อนความคิดเห็นก็คือ..เรายังคงติดอยู่กับปัญาเดิมๆ ของการจัดเก็บและบันทึกผลข้อมูล จปฐ.อยู่เหมือนเดิม..ครับพี่น้อง

สมัยก่อนประมาณว่านับเนื่องจากปี 2527 พัฒนากรอย่างพวกผมจัดเก็บแล้วต้องส่งไปบันทึกและประมวผลที่..ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์..แล้วใช้เวลาอีร่วม 6 เดือน กว่าจะรู้ผลนับว่าช้ามาก กับนำปัญหาและความต้องการของหมู่บ้านมาจัดทำแผนพัฒนา


แต่ปัจจุบัน
..นับแต่เราหันมาใช้โปรแกรมบันทึกและประมวผลข้อมูล จปฐ.นับแต่ ปี 2540 ถ้าจำไม่ผิด นะครับพี่น้อง ที่ใช้โปรแกรมการจัดการฐานข้อมูล MS ACCESS ปัญหามันยังคงวนเวียน ซ้ำซากอยู่ตรงนี้..เอาเป็นว่าไม่ไปใหนเลย..คือปัญหาเดิมๆ

บันทึกข้อมูลไม่ได้..บางทีก็เป็นข้ออ้างของเจ้าหน้าที่ซะงั้น ง่ายดี โทษโปรแกรมไว้ก่อน
ประมวลผลแล้วข้อมูลหาย..ซึ่งในประสบการณ์ที่ผ่านมาของผม..ผมไม่เคยเจอด้วยตนเอง
พอนำเข้าข้อมูลแล้วข้อมูลเดิมหาย.. งงอยู่ครับพี่น้อง




เหตุผลข้างต้น..อำเภอมักอ้างว่าส่งข้อมูล จปฐ.ให้จังหวัดไม่ทัน..ผมก็สงสัยอยู่ว่าก็ทำไมพวกเราที่บันทึกข้อมูลอยู่นั่นแหละไม่ save ไฟล์ .zip ไว้(ว่ะ)

ปัญหาพวกนี้..ผมเลยเหมารวมว่ากรมฯนำเป็นสาเหตุในการพัฒนาโปรแกรมฯใหม่เรื่อยๆ ทุก 5 ปี..

จากแบบสอบถาม..ธรรมดา

มาเป็นระบบ DOS..

แล้วก็ มาเป็นฐานข้อมูล ACCESS..ออกรายงานด้วย Crystal Report

สุดท้ายมาเป็น sql server..



ผมอยากจะบอกว่า..เราติดอยู่ที่ปัญหาเดิมๆ ปัญหาทางเทคนิค..ถ้าเราพัฒนาโปรแกรมต่อไป Version ใหม่ เราก็จะเจอปัญหาเดิมแต่ซับซ้อนขึ้น..แค่นั้นเอง

พรุ่งนี้มาต่อตรับพี่น้อง..เราควร focus ไปที่การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล..กันอย่างไร









เมื่อปี 2547..ผมได้มีโอกาสทำผลงานเพื่อเลื่อนระดับเป็น 8ว.เรียกซะง่ายๆอย่างนี้ละครับ....
ซึ่งก็ต้องย้ายไปนั่งทำผลงานที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิ
โดยจัดทำผลงานในเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจและเป็น HighLight ในขณะนั้นคือ..
การยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดโดยการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการชี้เป้าครัวเรือนยากจน
พร้อมการการจัดทำแผนการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นการ วิจัยครั้งนี้..เป็นการวิจัยเชิงปฎิบัติการครับ....

ซึ่งหัวใจสำคัญของเรื่องที่ทำการวิจัยคือ..
   1.ระบบข้อมูล จปฐ...เรื่องรายได้ของครัวเรือน
   2.ระบบการจัดการฐานข้อมูล..ในที่นี้ผมใช้ MS ACCESS 97
   3.แผนการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน


กระบวนการที่..InPut
   1.ทักษะและความรู้เกี่ยวกับการจัดทำฐานข้อมูล..โดย MS ACCESS 97
   2.การจัดทำ..แผนการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน
   3.ความรู้เกี่ยวกับ..ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ2548


OutPut...ที่ได้

ผมเพิ่งมีโอกาสนำเสนอผลงาน ผ่านทาง blog แห่งนี้น่าจะเป็นแนวทางหรือ Idea นะครับ..ผมได้แนบ File ผลงานมาด้วย..ลองอ่าน Abstract ดูน่ะครับ...ต้องขอบคุณ
เพื่อนพ้องน้องพี่ชาวพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิทุกท่านครับ

.................บทคัดย่อ
 
              การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่
พัฒนาชุมชนในการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดโดยการสร้างและพัฒนาโปรแกรม วิเคราะหรายได้ครัวเรือนยากจน (BMN’s Package for Income Analytic)
พร้อมทั้งจัดทำปรับปรุงชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศ
เพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้สามารถถ่ายทอดความรู้และทักษะแก่คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลจัดทำแผนยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและตัวชี้วัดคำรับรองผลการปฏิบัติราชการ(Key Performance Indicator: KPIs) ได้กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้เป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในระดับอำเภอที่มีความรู้และทักษะการใช้ระบบสารสนเทศและเป็นผู้รับผิดชอบระบบการรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 2 กลุ่ม คือพื้นที่ ทดลองประกอบด้วยอำเภอ เมืองชัยภูมิ ภูเขียว หนองบัวแดง คอนสวรรค์และอำเภอเนินสง่าเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน10คนคณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วน ตำบล 42 คนและพื้นที่ควบคุมประกอบด้วยอำเภอบ้านเขว้า เกษตรสมบูรณ์ เทพสถิต หนองบัวระเหว และภักดีชุมพล เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน 9 คนคณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล41คน
เป็นการสุ่มเลือกพื้นที่อย่างเจาะจง(Purposive Sampling) จากตำบลต้นแบบที่มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล จปฐ. กชช.2 ค อย่างจริงจังและเป็นระบบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ประกอบด้วยโปรแกรมวิเคราะห์รายได้ครัวเรือนยากจน(BMN’s Package for IncomeAnalytic)และชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด
และแบบทดสอบความรู้และทักษะการใช้ของเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้นมีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ ถูก-ผิด (True-False) ทดสอบความเชื่อมั่นโดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ได้เท่ากับ .85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows Version 10.11 เพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่า t-test


1. ผลการวิจัย
     1.1 ได้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตาม
ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเพื่อลดปัญหาอันเกิดจากการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการแก้ไขปัญหา
ความยากจนของกรมการพัฒนาชุมชนและสามารถตอบสนองต่อผู้ใช้หรือองค์การบริหารส่วนตำบล
โดยมีคุณลักษณะเด่น(Feature)ดังนี้
          1) เป็นระบบที่ไม่ต้องใช้วิธีการบันทึกข้อมูลด้านรายได้ของครัวเรือน
ใหม่หากแต่ใช้เทคนิคการเชื่อมโยงข้อมูล (Link) จากโปรแกรมจปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน
          2) สะดวก รวดเร็วและประหยัดทรัพยากรสำนักงาน ผู้ใช้เพียงแต่ทำการ
เชื่อมโยงข้อมูลเท่านั้น
          3) สามารถค้นหารายชื่อหัวหน้าครัวเรือนได้ทั้งหมู่บ้าน
          4) เ ปรียบเทียบรายได้ครัวเรือนยากจน ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด
ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท ระหว่างปี 2546 และปี 2547 ได้
ทันที
          5) ทราบแหล่งที่มาของรายได้ครัวเรือนยากจนทั้ง 9 แหล่งได้ทันที ทำ
ให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์ศักยภาพในการยกระดับรายได้ครัวเรือน
ได้อย่างรวดเร็ว สะดวก
         6) สามารถตรวจสอบความเชื่อถือได้ ของการบันทึกข้อมูลครัวเรือนที่มี
รายชื่อ บ้านเลขที่ ไม่ตรงกันระหว่างปี 2546 และ ปี 2547 ได้
        7) สามารถใช้เป็นสารสนเทศใน การวางแผนควบคุมคุณภาพการจัดเก็บ
ข้อมูลในปี ต่อๆ ไปได้เป็นอย่างดี

     1.2 ได้ชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับ
รายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่ใช้เป็นกระบวนการ
ฝึกอบรมให้คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถ
จัดทำแผนยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และ
ตัวชี้วัดคำรับรองผลการปฏิบัติราชการ(KPIs)ได้จนปรากฏเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อรองรับ
การประเมินผลตามคำรับรองผลการปฏิบัติราชการ

     1.3 เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ในพื้นที่ทดลองและควบคุมก่อนการฝึกอบรมเชิง
ปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดไม่มีความแตกต่างในด้านความรู้และทักษะ
ในการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05 (t = 0.048)
     1.4 เมื่อผ่านกระบวนการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการ
จัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดแล้วเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน
ในพื้นที่ทดลองมีความรู้และทักษะในใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือน
ยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = - 2.431)
     1.5 รูปแบบการจัดทำแผนยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน ดังนี้
          ส่วนที่ 1 แสดงถึงสภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน
          ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงบวก หรือขัดขวางรวมทั้งโอกาส
                      เพื่อกำหนดกลยุทธการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน
          ส่วนที่ 3 กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนา เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคต
          ส่วนที่ 4 วัตถุประสงค์การพัฒนา เป็นการระบุวัตถุประสงค์ของการ
                     จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ขั้นตอนการจัดทำแผน และลักษณะของแผน  
                      ยุทธศาสตร์การพัฒนา
          ส่วนที่ 5 แผนงาน/โครงการที่แสดงถึงกิจกรรมและงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจใน
                      การส่งเสริมรายได้ประชาชนในพื้นที่
          ส่วนที่ 6 การบริหารจัดการเพื่อแปลงแผนสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย
                            ประเด็นที่ 1 รายชื่อครัวเรือนยากจนตามระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับ
                                            รายได้ครัวเรือนยากจจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่แสดงให้
                                            เห็นถึงปัญหาและศักยภาพในการยกระดับรายได้
                            ประเด็นที่ 2 แสดงแนวทางการยกระดับรายได้ โดยใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศ  

                                            เพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การ  
                                            พัฒนาจังหวัดมากำหนดแนวทางการยกระดับรายได้ รวม 9 แนวทางที่
                                            ประสานสอดคล้องกับ ส่วนที่ 5 ของแผนยกระดับรายได้
                                            ครัวเรือนยากจนฯ

2. ข้อเสนอแนะ
           ผลการวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะต่อกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนา (CEO) เพื่อนำไปใช้วางแผน ควบคุม กำกับและใช้ประโยชน์ต่อระบบสารสนเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ดังนี้

     2.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
          2.1.1 ต่อกรมการพัฒนาชุมชน
                  1) ปรับปรุงและพัฒนา โปรแกรมวิเคราะห์รายได้ครัวเรือนยากจน
                      [BMN’s Package forIncomeAnalytic] ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ
                      ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถตอบสนองต่อ
                      ตัวชี้วัดคำรับรองผลการปฏิบัติราชการที่ 1 (KPI 1) คือ การลดลงของสัดส่วนครัวเรือน
                      ยากจน
                  2) จัดทำชุดฝึกอบรมที่ครอบคลุมต่อปัญหา และแนวทางการยกระดับรายได้ครัวเรือนยาก
                      จนโดยสามารถใช้ในการบูรณาการแผนงาน/โครงการและกิจกรรมของหน่วยงานที่มี
                       ภารกิจในการส่งเสริมอาชีพและรายได้
                  3) อบรมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่มีทักษะด้านระบบสารสนเทศให้มีความรู้และทักษะใน
                      การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนคือโปรแกรมบันทึกข้อมูล
                      ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และโปรแกรมวิเคราะห์รายได้ครัวเรือนยากจน [BMN’s 
                      Package forIncome Analytic] เพื่อเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพและทักษะด้านการจัดทำ
                      แผนพัฒนาแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนให้ได้รับการยอมรับและคัดเลือกจาก
                      องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การ 
                      บริหารส่วนตำบลได้
                  4) กำหนดให้ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อ การจัดการยกระดับรายได้
                      ครัวเรือนยากจนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเพื่อวางแผนและควบคุมกระบวนการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ระหว่างปีต่อปี ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง เชื่อถือได้
                  5) พัฒนาและปรับปรุงสารสนเทศเกี่ยวกับรายได้ข้อที่ 27 ในแบบสอบถามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(จปฐ.)ให้ปรากฏรายละเอียดที่พอเพียงต่อการใช้วางแผนในการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน
                  6) พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการพัฒนาชนบทของกรมการพัฒนาชุมชนให้เป็นระบบสารสนเทศที่ตอบสนองต่อระบบการบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนาโดยเฉพาะการวางแผนดำเนินการ การประเมินและติดตามผล ตามตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการ(KPIs)


          2.1..2 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนา
                 1) จัดให้มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ การแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และ
                     คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล ตามชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจน ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดโดยการสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ และค่าใช้สอยในการดำเนินการ
                2) ผลักดัน กระตุ้น เร่งเร้าให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้รับการยอมรับและแต่งตั้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นคณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อเสนอแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตามตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการได้อย่างทั่วถึง
                3) กำหนดให้ ส่วนราชการระดับจังหวัดวางแผนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและตัวชี้วัดการปฏิบัติราชการโดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถรองรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) ได้

    2.2 ข้อเสนอแนะเชิงวิจัยและพัฒนา

               1) ปรับปรุงรูปแบบ เนื้อหาของชุดฝึกอบรมฯ ให้มีเนื้อหา และหลักสูตรให้ครอบคลุมประเด็นการวางแผนยกระดับรายได้มากขึ้นพร้อมทั้งจัดรูปแบบชุดฝึกอบรมให้กะทัดรัด สะดวกต่อการใช้งาน
พร้อมทั้งรูปเล่มที่ชวนให้ศึกษาและมีการทดสอบในพื้นที่ต่างๆกันเพื่อพัฒนาให้ได้ชุดฝึกอบรมที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนได้อย่างทั่วถึง ทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ
              2) พัฒนาและปรับปรุงโปรแกรมวิเคราะห์รายได้ครัวเรือนยากจน[BMN’s Package for Income Analytic]ให้สอดคล้องเหมาะสมและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกจังหวัดโดยให้เป็นระบบโปรแกรมฯที่เปิดให้เห็นการเขียนรหัส (Open Source) เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่มีทักษะ ด้านระบบการจัดการฐานข้อมูลสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโปรแกรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่รับผิดชอบได้
             3.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการแก่เจ้าหน้าที่, นักวิชาการพัฒนาชุมชน เพื่อหารูปแบบแนวทางการส่งเสริมรายได้แก่ครัวเรือนยากจนให้พ้นเกณฑ์ความยากจนโดยใช้ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานซึ่งเป็นระบบสารสนเทศที่สำคัญของกรมการพัฒนาชุมชนเป็นพื้นฐานและบูรณาการภารกิจ/แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมของกรมการพัฒนาชุมชนและส่วนราชการที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นระบบที่เกื้อหนุนสอดคล้องต่อกันโดยไม่เป็นการจัดทำกิจกรรมแผนงานที่แยกส่วนกันต่อไปและสามารถแสดงให้เห็นถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ครัวเรือนยากจนได้รับการส่งเสริมอาชีพจนมีรายได้พ้นเกณฑ์ความยากจน