บางครั้ง..ผมมานั่งคิดนอนคิดว่าการเป็นพัฒนากรในทุกวันนี้มันค่อนข้างยากมากๆครับพี่น้องพันธกิจที่มากมายและหลากหลาย ซับซ้อนมากขึ้น..ใช้เวลาในการขับเคลื่อนน้อยลง..คือทำงานแล้วต้องให้บังเกิดผลเพื่อรายงานได้ทัน..ซึ่งภารกิจอย่างนี้จึงต้องการพัฒนากรที่มี สมรรถนะ ที่ตอบสนองต่อองค์กรหรือเป็นสมรรถนะที่ทำให้พัฒนากรทำงานตามพันธกิจได้ง่ายขึ้น
ซึ่งวันนี้...ผมอยากเสนอประเด็นของการทำงานเชิงบูรณาการ..บางทีหลายๆท่านอาจเคยได้ยินผูู้บังคับบัญชาของกรมการพัฒนาชุมชนพูดถึงอยู่บ่อยๆคือ..ทำงานแบบรวมการซึ่งตรงกันข้ามกับการทำงานแบบดูหมา นะครับ
การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูล..ฟังดูเผินๆแล้วมันเหมือนกับเมื่อจัดเก็บฯแล้วก็พยายามให้หน่วยงานต่างๆนำข้อมูลที่เราจัดเก็บได้ในที่นี้คือ จปฐ. และ กชช.2ค.ทีนี้ถ้าเขา(หน่วยงานข้างเคียง)ไม่ใช้หรือใช้แต่ก็จะจัดเก็บหรือหาเอาเอง..มันจบครับพี่น้อง มันด้านเกินไป ขาดมิติของการใช้ฯ เพราะตัวระบบข้อมูลไม่ได้มีแต่ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน หรือ ข้อใดตก/ไม่ตกเกณฑ์
แต่พอถึงในยุคปัจจุบันที่เราทำงานเชิงยุทธศาสตร์
..มีเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน..
..มีการวัดและประเมินผลที่บอกได้ว่า..ขณะนี้เราไปถึงใหน
..มีกระบวนการทำงานที่ต้องประสานหรือบูรณาการกับระเบียบการทำงานหรือกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นก็คือ..ในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลก็คือเราต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้ครับพี่น้อง
1.แนวทางการสำรวจและจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
2.ความรู้การใช้โปรแกรมการสำรวจฯ ของกรมการพัฒนาชุมชน..แบบเอาแค่เปิดโปรแกรมฯก็น่าจะพอนะครับ
3.องค์ความรู้..กระบวนการจัดทำแผนชุมชน..แน่นอนว่าเมื่อคุณจัดเก็บข้อมูลได้ คุณก็ต้องปรับแผนชุมชนแน่ๆ ทีนี้ในการปรับแผนชุมชน คุณก็ต้องมีทักษะ/ความรู้ในการจัดเวที..นะครับ
4.ความรู้ในกระบวนการและขั้นตอนของการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อย่างที่บอกแต่ต้นครับพี่น้อง..ระบบข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชนเราไม่ได้ประเมินผลออกมาแล้ว..เราจะมามองดูแต่มิติของ ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน..3 2 1 หรือก้าวหน้า ปานกลาง ล้าหลัง..ในความรู้สึกของผมแล้ว มันไม่ชัด มันขาดมิติของรายละเอียดในแต่ละประเด็น เช่น การใช้ประโยชน์จากสถานที่ท่องเที่ยว หรือ การปลูกพืชไร่ ระยะสั้น ใน กชช.2ค. มันสะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหรือยุทธ์ศาสตร์การส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อของจังหวัดได้แหลมคมกว่า..ระดับการพัฒนาหมู่บ้าน แน่นอนว่าการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลแบบนี้มันดูแล้ว Work กว่า หรือถ้ามีนาย ก. นาย ข.มาบอกว่า..เราต้องตั้งเป้าให้หน่วยงานต่างๆใช้ข้อมูลของเรา(โดยการนับจำนวนครั้งที่ WalkIn) บางทีเราอาจได้คำตอบว่าทำไม..ไดโนเสาว์..มันจึงสูญพันธุ์
Paradigm ของไดโนเสาว์ หรือกระบวนทัศน์ของนักพัฒนา..ในการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูล จปฐ. / กชช.2ค.ต่างกันมากครับพี่น้อง จุดหมายปลายทางคือการปรับแผนชุมชน หากเราเพียงแต่มองว่าข้อใดตกเกณฑ์/ข้อใดไม่ตกเกณฑ์ มันก็จบแค่นั้นอย่างที่บอก..แต่ถ้ามองให้ทะลุว่า ..
ในชุมชนนี้มีครัวเรือนใดบ้างที่สูบบุหรี่(ข้อ 33)
ในชุมชนนี้มีคนไม่ติดสุรา (ข้อ 32)
กระบวนการมันจะไหลไปสู่..แผนชีวิต..สู่แผนชุมชน ครับพี่น้อง
ป้ายกำกับ:
การใช้ประโยชน์จากข้อมูล
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น